|
ท่ามกลางฝูงนักเรียนใต้แดดร้อนเปรี้ยงๆ ในเวลาเคารพธงชาติ แต่ผมไม่รู้สึกร้อนเลย ใจมันลอยไปถึงวันเสาร์เรียบร้อยแล้ว "ต้น" เม้งหันมาคุยกับผมเบาๆ "อะไรเหรอเม้ง?" "เมื่อคืนมีอะไรดีๆ เหรอวะ?" "ทำไมเหรอ?" "ก็มรึงหน้าบานยังกับอันปังแมนแถมยิ้มกระเรี่ยกระราดอีก หรือนี่คืออาการเพี้ยนแบบใหม่ประจำวันนี้ของมรึง?" "อ้าว! เจ็กเม้ง ระวังจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปเลี้ยงหลานนะมรึง" "มรึงหน้าระรื่นแบบนี้มันตรงข้ามกับพวกม.5 ม.6 แล้วนะเนี่ย" "ยังไงวะ?" "มรึงลองหันไปดูสิ แต่ละคนพกตำรามาอ่านหน้าเสาธง หน้าโคตรเครียดเลย" "อ๋อ....อืมๆ" ผมเออออตามแต่ไม่หันไปดูหรอกครับ แถวของม.5 กับม.6 อยู่สุดด้านหลังสนาม ขืนหันไปแล้วเจอกริชมองมาพอดีก็ตายห่าสิ กริชอยู่ห่างไปแค่สองสนามบาสนี่เองแต่ช่างไกลเหลือเกิน ในความคิดของเขา...ผมกำลังวิ่งหอบม้วนฟิล์มไปมาในโรงหนังที่ไหนสักแห่ง แต่เรื่องโกหกนี่จะเป็นไปอีกไม่นานหรอก
วันนี้มีสอบท่าพื้นฐานตะกร้อ ท่าโหม่งท่าเตะกับศอกหลังนี่ไม่ยากแต่ท่าเตะหลังทำไม่ค่อยได้ แต่ช่างเถอะ .....วันเสาร์...ท้องฟ้าจำลอง....แล้วก็....อ๊าก! ไม่กล้าจินตนาการต่อ "ยิ้มอะไรเหรอต้น?" วิงในชุดพละเต็มตัวเดินมาทัก "อ้าว! หมดคาบเราแล้วเหรอ?" มัวแต่ฝันกลางวันจนเพื่อนในห้องไปเปลี่ยนกางเกงกันหมดแล้ว วิงมานั่งในร่มเงาข้างผม แล้วไอ้เม้งไปไหนละเนี่ยไม่ได้เรียกผมเลย แต่ก็ดีได้คุยกับวิงตามลำพัง
"นายสบายใจขึ้นรึยังวิง?" "ก็..." รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฎขึ้นแต่ไม่มีคำอะไรมากกว่านั้น วิงเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับเงียบนั่งมองเหม่อออกไป ผมจะพูดอะไรปลอบใจมันได้บ้างนะ เฮ้อ!....ชีวิตนายนี่น่าสงสารจัง ผมยกแขนโอบไหล่ให้กำลังใจมันไว้ "ขอบใจนะต้น" "อืม.....ห้องวิงเริ่มซ้อมตะกร้อกันแล้วแน่ะ วันนี้มีสอบด้วยนะ" "ขอนั่งกับนายแบบนี้อีกแปบนึงละกัน สบายใจดี" ผมเองก็ไม่อยากจะปล่อยแขนจากไหล่เขาเลย อยากอยู่แบบนี้นานๆ นานเท่าที่จะทำให้เขายิ้มได้
"จะรีบกลับห้องไหมต้น?" "ไม่หรอก" "หรือว่าจะโดด? ไม่ดีนะต้น" "เปล่า" คนที่ผมโอบไหล่ตอนนี้คือเพื่อนที่พิเศษที่สุด รู้สึกเหมือนเป็นทั้งเพื่อน......เป็นทั้งน้องชายตัวโตๆ ตอนวิงอ๊วกรดผมก็ไม่โกรธ แต่เวลาเห็นเขาทุกข์ผมก็ทุกข์ตามไปด้วย เห็นเขาเศร้าผมก็อยากกอดคออยากโอบไหล่อย่างนี้นานๆ ให้เขาหายเศร้า
ใช่...คงความรู้สึกนี้นี่เอง
"เรารู้สึกเหมือนวิงเป็นน้องชายเราเลยใช่มะ?" วิงคิ้วขมวด "หลอกด่าว่าเราเป็นเด็กเหรอเนี่ย?" "เปล่า ...เราหมายความแบบนั้นจริงๆ .....แต่คงพิลึกสินะ?" "ฮะฮะฮะ ก็พิลึกจริงๆ น่ะ จู่ๆ มีพี่เพี้ยนๆ แบบนี้ได้" วิงมองหน้าผมแล้วก็ยิ้มๆ แต่ผมรู้สึกเหมือนเขาเป็นน้องชายที่น่าเอ็นดู น่าทนุถนอมจริงๆ นี่นา "ต้นเกิดเดือนไหนล่ะ" "พฤศจิกายน" "เออ งั้นยอมนับเป็นพี่ก็ได้....เป็นพี่เราสามเดือน" เราสองคนคงนั่งแบบนี้อยู่อีกนานถ้าอาจารย์พละไม่เดินมาซะก่อน "เหวอ! จารย์จอมโหดมาแล้ว เผ่นเหอะ!" ผมรีบวิ่งเข้าโรงยิมเปลี่ยนกางเกงแล้วเผ่นแน่บเข้าห้องเรียน
....น้องชาย....ความรู้สึกนี้นี่เองที่คิดมาตั้งนาน มันพิลึกๆ แต่ก็อบอุ่นหัวใจดีแฮะ
*****************************************************************************************************
เที่ยงวันศุกร์วันนี้คนในโรงอาหารดูจะเยอะเป็นพิเศษ ผมกับเม้งและวิงเดินเลือกร้านที่น่ากินไปเรื่อยๆ "เม้ง วันนี้วันศุกร์แล้วนะ ญาติๆ กลับกันรึยัง?" "ยังเลย เดี๋ยวต้องกินเลี้ยงใหญ่วันอาทิตย์อีก" "สัปดาห์หน้ามรึงมาค้างบ้านกรูนะเม้งจะได้ติวกัน วิงก็มาติวด้วยกันดิ" "ขอบใจนะต้น แต่เราชอบอ่านคนเดียวน่ะไม่งั้นไม่เข้าหัว" "วันนี้มันมีงานอะไรวะเนี่ย? ทำไมโรงอาหารดูวุ่นวายจัง?" "อ๋อ! ม.5 เขาจัดอบรมเรื่องอะไรสักอย่างนี่แหละ เมื่อเช้าเขาประกาศมรึงไม่ได้ฟังรึไงไอ้ต้น?"เมื่อเช้ามัวแต่ใจลอยมีประกาศอะไรด้วยเหรอ? "แดดร้อนๆ ใครจะมีอารมณ์ฟัง ใช่มั๊ยวิง?" "เอ่อ...เราก็ได้ยินประกาศเหมือนกันนะต้น เขากันที่ไปครึ่งโรงอาหารแน่ะ" "อ้าว! วิงไม่ช่วยเราเลยนี่หว่า" "วิงมาเดินข้างเราดีกว่า ไอ้ต้นมันจะเพี้ยนตอนไหนก็ไม่รู้" วิงก็ว่าง่ายย้ายจากที่เดินข้างผมไปอยู่ข้างเจ้าเม้งแทน "แบบนี้หาที่นั่งยากแน่เลยต้น" ก็จริงแฮะโรงอาหารเหลือครึ่งเดียว ไอ้คนนั่งกันอยู่แล้วก็โคตรเบียดเลยจะนั่งที่ประจำก็เต็มหมดแล้ว หาที่สำหรับสามคนติดกันคงยาก "ตรงนั้นว่างแน่ะ วิงไปนั่งละกัน" "งั้นกรูไปหาที่นั่งด้านโน้นนะต้น แล้วเจอกันที่ห้อง"
ผมถือจานข้าวแกงเดินไปอีกฟาก โรงอาหารเหลือที่นั่งครึ่งเดียวแบบนี้อาจเจอกริชได้ง่ายๆ ไม่มั้ง! วันศุกร์ก็ต้องมีความสุขสิฟระ...แต่ทำไมคิ้วซ้ายกระตุกๆ พิกล คนกลุ่มหนึ่งลุกออกไปผมรีบเข้านั่งทันที บอกแล้ววันศุกร์ก็ต้องมีความสุข แต่ยังไงก็ก็รีบกินข้าวรีบกลับห้องดีกว่า ก้มหน้าก้มตากินหมูทอดไม่สนใครละ พรุ่งนี้แล้วสินะ....วันเสาร์....ท้องฟ้าจำลอง....แล้วไปบ้านกริช....จากนั้นเขาคงพูดว่า.....
"น้องครับ พี่นั่งด้วยนะ" ...ไม่สิต้องพูดอะไรหวานๆ กว่านี้....ว่าแต่เสียงนั่น....
ผมเหลือบตาไปมองแวบนึง....แว๊ก!!!!! ตัวจริงเสียงจริงเลย! กริช!!!! ตายห่าแล้วๆๆๆ!!! ผมรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง! หมูทอดก็ยังอยู่เต็มปากถ้าเอาหน้ามุดจานข้าวได้คงทำแน่ๆ นี่มันรายการ 'ฝันที่เป็นจริง' หรือ 'ท้าพิสูจน์' วะเนี่ย? จู่ๆ จะลุกไปตอนนี้ต้องผิดสังเกตแน่ๆ รีบก้มหน้าก้มตาจ้วงเข้าปากให้หมดดีกว่า ถึงไม่หันไปดูก็รู้สึกได้ว่ากริชกำลังมองมาที่ผม แขนขวารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากแขนซ้ายของเขาที่ห่างไม่ถึงคืบ
"น้องอยู่ม.ไหนเหรอครับ?" "อ่า....ออห้าอั๊บ" ข้าวยังเต็มปากอยู่เลย ตอนนี้กลืนอะไรก็กลืนไม่ลงล่ะ (สุดที่รักของผมมีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศเหลือเกิน) "แล้วน้องไม่ต้องประชุมตรงโน้นเหรอครับ?" (จะชวนคุยทำดอยอะไรฟระ?) "ไม่ไปอั๊บ" (หุบปากแล้วรีบๆ กินไปเด๊!) .......................................................................................................
ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปยิ่งกว่านี้ก็มีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นมาดั่งระฆังช่วยชีวิต "กริชมานั่งตรงนี้เองเหรอ? ฝนนั่งด้วยนะ หาที่ยากมากเลยเนี่ย" "ฝนนั่งข้างผมเดี๋ยวโดนเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกันนะ"
ไม่มีอารมณ์จะหึงล่ะ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเหลือเกิน ลองมองเงาสะท้อนบนช้อนให้แน่ใจก่อน กริชกำลังหันไปคุยกับคนชื่อฝนที่น่าจะเป็นเพื่อนกัน จังหวะนี้แหละจับแว่นให้เข้าที่แล้วค่อยๆ ลุก พยายามก้าวเท้าให้เป็นธรรมชาติที่สุดแต่เหมือนหุ่นยนต์มากกว่า แข้งมามันขัดกันไปหมดแล้ว รุ่นพี่คนนี้หน้าคุ้นๆ ใช่คนที่เดินคู่กับกริชหรือเปล่า?
"แหม! ระวังตัวขนาดนี้กริชคงมีแฟนแล้วแน่ๆ เลยใช่มะ?" "อืม ผมมีแฟนแล้วครับ" "จริงอะ? เรารู้จักรึเปล่า? สวยมั๊ย? ใบ้นิดนึงก็ยังดีนะเราอยากรู้ สูงหรือเตี้ยกว่าเราล่ะ?" "อธิบายยังไงดีนะ ก็....."
ก็อะไร? (หูดีมาก เดินห่างมาเกือบสิบเมตรยังได้ยินเขาคุยกันอีก) "ก็ประมาณน้องคนที่ลุกไปตะกี้น่ะ" ......เฮ้ย!!?..... "ฮะฮะ แรงนะกริช เล่นมุขแบบนี้สาวๆ คนไหนได้ยินต้องอกหักดังเป๊าะแหงๆ"
ผมรีบเดินไปวางจานข้าวในถังเก็บข้างโรงอาหารแล้วตรงดิ่งกลับห้องทันที ใจเต้นไม่เป็นส่ำไม่รู้ตอนนี้หน้าซีดหรือหน้าแดง
กริชเห็นผมแล้วเหรอ? ไม่มั้ง! ถ้าเขารู้ก็น่าจะเรียกผมหรือไม่ก็เดินตามมาแล้ว กริชคงแค่เห็นรูปร่างของผมคล้ายๆ 'ต้น' ที่เขารู้จัก....จะไม่คล้ายได้ไงก็คนๆ เดียวกัน แล้วเขากล้าบอกเพื่อนแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย? อ๊าก!!!! ดีใจว้อย!!!! ดีใจแพะอะไรเล่า! กริชเห็นผมแล้วนะ....ถึงจะเป็นแค่เห็น 'คนรูปร่างคล้ายๆ ต้น' ก็เถอะ!!!!
|