"กริชจะทำเองเหรอ? งั้นไข่ดาวละกัน"
"อ้าว ดูถูกกันนี่นา"
"งั้นเอาพระกระโดดกำแพง"
"เดี๋ยวเหอะ กวนนักนะ"
กริชหัวเราะพลางทำกับข้าวอย่างง่ายๆ มาทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้กินอาหารฝีมือกริชเป็นครั้งแรกอร่อยเป็นบ้า (เว่อร์)
พอล้างจานเสร็จกริชเปิดเบียร์สองขวดแล้วชวนผมไปนั่งระเบียงหลังบ้าน กริชโน้มหัวผมซบไหล่ของเขา
เราสองคนนั่งดูท้องฟ้ายามเย็นค่อยๆ เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีชมพูแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกย้อมเป็นสีน้ำเงิน
"เบื่อมั๊ยเนี่ย?"
"ไม่เบื่อครับ ได้อยู่กับกริชเรามีความสุขที่สุดแล้ว" เขาเอนตัวลงนอนหนุนตักผม "ฟ้าสวยดีเนอะ"
เราสองคนจิบเบียร์ดูท้องฟ้าไปเรื่อยๆ ไม่มีคำพูดอื่นใดอีก มีเพียงไออุ่นและสัมผัสที่ส่งถึงกันจนกระทั่งฟ้ามืดสนิท
ผมก้มลงจูบเขาเบาๆ "อาบน้ำกันนะ"
กริชประคองกอดผมพลางลูบไล้สบู่เหลวไปทั่วร่างของเราสองคน ริมฝีปากถ่ายทอดความรักไม่หยุด
ผมเช็ดตัวให้เขาแล้วกริชก็อุ้มผมขึ้นวางบนเตียง ลมหายใจอุ่นๆ กับใบหน้าที่เคล้าคลอไปทั่วตัวทำให้แทบผมละลายใต้ร่างของเขาที่ทาบทับ
เราสองคนต่างกอดก่ายมอบความสุขให้กันและกันผ่านค่ำคืนที่เงียบสงัด
.....
.....
.....
.....
แสงแดดของวันใหม่เริ่มที่ขอบฟ้า ผมหลับซุกอยู่บนอกของกริชมานานเท่าไหร่แล้วเนี่ยเขาคงอึดอัดแย่
พอจะขยับตัวลุกออกกริชก็กอดผมไว้แน่น "เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าต้นนอนดิ้นน่าดู"
"ขอโทษนะที่นอนทับกริชทั้งคืน"
เขายิ้มทักทายทั้งที่หน้ายังงัวเงีย "นอนทับน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้ที่ตำขาผมนี่สิร้อนมากเลยนะเนี่ย ต้นอยากเล่นกับผมอีกเหรอ?"
มือเขาล้วงไปใต้ผ้าห่ม "หวา! ไม่....ไม่ได้อยาก มันลุกเอง.....อ๋อย!!! อย่าจับดิกริช!"
"เคารพธงชาติตั้งแต่เช้าเลย"
ตาของกริชเป็นประกาย คนอะไรฟระเพิ่งตื่นนอนก็ยังหล่อ เขาประกบปากผมไว้ส่วนมือก็รูดเจ้าหมูยอของผมช้าๆ
โดนแกล้งทั้งบนทั้งล่างแบบนี้ใครจะทนไหวล่ะครับ แล้วมวยปล้ำก็เริ่มขึ้นอีกครั้งจนไปจบในห้องน้ำ
กริชเปิดฝักบัวอาบน้ำให้ผมกับเขาแล้วแต่งตัวมาทำอาหารเช้ากัน....เรียกว่าอาหารสายดีกว่าเพราะเกือบสิบโมงแล้ว
"กริชครับ เราคืนเงินให้นะ" ธนบัตรใบพันทั้งหมดที่ผมเคยได้รับยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนครั้งแรกที่กริชหยิบยื่นให้มา
"ทำไมล่ะต้น? ผมเต็มใจให้ต้นนะครับ ต้นเอาไว้ใช้เถอะ"
"เรารักกริช เราไม่ได้ทำเพราะต้องการเงินของกริชนะครับ อีกอย่างเราอยากให้กริชได้มอเตอร์ไซค์เร็วๆ"
กริชน้ำตาคลอตอนดึงผมไปกอดแน่นอก ผมกอดเขาไว้เช่นกัน
"ปีหน้า....กริชจะอายุ 20 ใช่มั๊ยครับ?...ได้เป็นเด็กมหาลัย....มีมอเตอร์ไซค์....ถึงตอนนั้นกริชอย่าลืมเรานะครับ"
"ทำไมต้นทำเหมือนนายจะหายไปไหนแบบนั้นล่ะ? ต้นอย่าทิ้งผมไปนะ"
ไม่ได้ทิ้งหรอก ผมคนนี้จะยังอยู่กับกริช มีแค่สถานะที่เปลี่ยนไปเท่านั้น สถานะที่ผมไม่แน่ใจว่ากริชจะยังอยากอยู่กับผมอีกหรือเปล่า
อีกไม่นานผมจะเป็นผมตัวจริงที่โกหกเขามามากมาย ตัวผมที่อาจไม่มีเหรียญทองมาลบล้างความผิดได้
ความรักมันพูดยาก รักมากอาจกลายเป็นเกลียดมากก็ได้ แค่ผมเห็นเขาเดินกับผู้หญิงก็ยังคิดมากขนาดนี้
แล้วกริชล่ะ...ผมรู้ว่ากริชรักผมแต่ถึงเวลานั้น....ใครจะรู้อนาคต.........ผมไม่กล้าเสี่ยงที่จะเสียกริชไป
"กริชคิดมากจังเราไม่ทิ้งนายไปไหนหรอก เราสัญญาจะอยู่กับกริชตลอดไป"
ตัวเขายังสั่นเทากอดผมไว้แน่น กริชไม่อยากเสียผมไป ความรู้สึกนั้นคงมากพอๆ กับที่ผมไม่อยากเสียเขาไปเช่นกัน
ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดจนกว่าจะถึงเวลานั้น
********************************************************************************************
ผมเข้าห้องนอน ความรู้สึกที่กริชกอดรัดยังแนบแน่นอยู่ในเนื้อ ความรู้สึกผิดฝังลึกที่กลางใจ.... ผมขอโทษนะกริช....ผมมันบ้า
ไม่รู้ว่าผมหลับไปตอนไหน ตื่นมาอีกทีเห็นฟ้าลางๆ หัวมันมึนตึ๊บท้องก็ร้องโครกคราก นี่มันตอนเย็นหรือตอนเช้าวันถัดไปแล้ววะเนี่ย...
ไปล้างหน้าซะหน่อย ส่องกระจกดูหน้าตัวเองยังกะผี คราบน้ำตายังเต็มหน้า
.....ร้องไห้แล้วช่วยอะไรได้วะ.....คิดจะย้อนเวลากลับมาได้หรือไง......เลิกฝันละเมอแล้วสู้ความจริงไม่ดีกว่าเรอะ....
พรุ่งนี้แล้วที่เม้งจะมาค้างที่บ้าน ผมต้องรีบอ่านแซงหน้าไว้ติวมันให้ได้ตามสัญญา
แต่อ่านได้สองบทก็เริ่มปวดหัวอีกละ....เหงา....โทรหาเม้งดีกว่า
"ฮัลโหล ต้นเหรอ โทรมามีอะไรวะ?"
"เปล่าหรอก......"
"เป็นไรวะ? เสียงเนือยๆ ยังกะชายน้อย" (<--- มุขบ้านทรายทอง เก่าโคตรๆ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะฮากับมัน)
"ไม่มีอะไรหรอก อ่านหนังสือคนเดียวเหงาๆ เลยโทรมา แล้วมรึงยุ่งมั๊ยเนี่ย?"
"ก็ยุ่งนิดหน่อย เลี้ยงหลานรอหนึ่งทุ่มจะไปกินที่เชอราตันละ"
"เออ! ไอ้ต้นกรูมีเรื่องจะบอก"
"อะไรเหรอ?"
"ไอ้พี่ปัดกับไอ้พี่โย่งที่อยู่ม.5 มันลงบาสด้วยนะ ทีมสีเหลืองน่ะ"
"กรูว่าแล้ว รุ่นพี่สองคนนี้ชอบเล่นแรง มรึงระวังตัวด้วยนะเม้ง" (เสียดายโรงเรียนเราไม่มีรักบี้ ไม่งั้นทั้งทีมมีพี่สองคนก็พอแล้ว)
"หวังว่าคงไม่เจอสีเหลืองตั้งแต่รอบแรกหรอกนะ ไม่งั้นอ่วมแน่ๆ กรูไปเล่นกับหลานต่อล่ะ"
พอแจ้งข่าวร้ายมาซ้ำเติมความทุกข์ให้ผม เม้งก็วางสายไปเลย ผมเอามือยันคิ้วซ้ายไว้ก่อน มันชอบกระตุกเป็นลางร้ายทุกที คำพูดของเม้งแว่วขึ้นมาอีก
.....เผื่อใจอีกด้านไว้ด้วยดีกว่านะไอ้ต้น อะไรๆ มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก.....ก็เพราะมันไม่ง่ายน่ะสิถึงต้องพยายามอยู่นี่ไงเล่า!

