|
เช้าวันจันทร์วันนี้ห้วงบรรยากาศมาคุเข้าปกคลุม มองไปทางไหนก็มีแต่คนอ่านหนังสือ สัปดาห์ก่อนสอบก็ยังงี้แหละครับพวกขยันตีนปลายแบบนี้อาจารย์เห็นแล้วจะชื่นใจไหมเนี่ย? ส่วนผมกับเม้งก็ไม่น้อยหน้าเพราะนอกจากการสอบกลางเทอมในสัปดาห์หน้าแล้วเราสองคนยังเตรียมพร้อมสำหรับการเอ็นท์ฯ ด้วย โชคดีที่พี่โจ้งดการซ้อมตลอดสัปดาห์ไม่งั้นโทรมตายเลย วันนี้ไม่เจอวิงและคงไม่ได้เจอกันตลอดสัปดาห์แน่เพราะเขาบอกไว้แล้วว่าชอบอ่านหนังสือคนเดียว
พอเลิกซ้อมบาสเราสองคนช่วยกันเข็นรถเก็บอุปกรณ์เข้าโรงยิมแล้วแวะไปเก็บลูกบาสที่หอเม้ง พร้อมกับเอากระเป๋าเสื้อผ้ามันมาค้างที่บ้านผม "สวัสดีครับพี่ต่อ พี่ต้อม" "สวัสดีน้องเม้ง ดีเลยมาคุมประพฤติไอ้ต้นให้พี่หน่อย" "คุมไม่ไหวหรอกครับพี่ต่อ ต้นเขาเพี้ย--" กล้าฟ้องตรูเรอะ! แค่เอานิ้วไปจ่อเอวไอ้เม้งมันก็เริ่มบ้าจี้ละครับ "ต้น...เขาเพียร...พยายาม....อ่าน....หนังสืออยู่แล้วครับ" .....ดีมาก..... "ต้นแกล้งเพื่อนอีกแล้วนะ อย่าไปจี้เอวเขาตอนกินข้าวสิเดี๋ยวสำลักติดคอ" ไอ้เม้งหันมายักคิ้วเยาะเย้ยแล้วกระเถิบเก้าอี้ไปชิดพี่ต้อม เดี๋ยวเข้าห้องก่อนเถอะไอ้เม้ง!
พอกอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อยก็ได้เวลาติวนรกตลอดสองชั่วโมง "ปวดตาแล้วว่ะ นอนแปบนะ" พูดแล้วเม้งก็นอนลงบนฟูกของผม ห้องนอนผมไม่มีเตียงแต่จะปูฟูกม้วนผืนใหญ่บนพื้นที่ยกสูงขึ้นมาแทนเตียง "เกือบสามทุ่มแล้ว ไปซื้อขนมกันก่อนเถอะ" ผมพาเม้งซ้อนท้ายปั่นจักรยานไปร้านขนมในหมู่บ้าน ได้ไอติมกับของขบเคี้ยวแก้ง่วงถุงใหญ่ใส่ตะกร้าหน้ารถ ขากลับเม้งอาสาเป็นคนปั่นบ้าง
"ต้น แล้วปัญหาชีวิตมรึงนี่ไปถึงไหนแล้ววะ?" "ไม่ถึงไหนหรอก ก็อย่างที่บอกแหละได้เหรียญทองเมื่อไหร่ก็คงจบ....คิดว่ายังงั้นนะ" "กรูล่ะงงจริงๆ ตั้งแต่มรึงเริ่มเพี้ยนมาแต่ละวันเนี่ย แล้วเหรียญทองจะช่วยได้ยังไงวะ?" "เม้ง....กรูก็ไม่รู้หรอก ไม่แน่ใจด้วย ไม่แน่ใจสักอย่าง" ผมจับเบาะหลังพยายามทรงตัวโดยไม่เกาะเอวไอ้เม้ง "แล้วคนๆ นั้นเขาชอบมรึงไหมล่ะ? คนที่มรึงมีอะไรกับเขาน่ะ" "............." "ขอโทษนะถามไรแปลกๆ นิสัยดีอย่างมรึงใครจะไม่ชอบล่ะเนอะ" "ประชดกรูรึเปล่าวะเม้ง? มรึงเน้นคำว่า 'นิสัยดี' เสียงดังฟังชัดเหลือเกินนะ" "ฮะฮะฮะ....ว่าแต่กรูขอบอกมรึงอย่างนึงนะต้น" "อะไรเหรอ?" "มรึงนั่งแบบนั้นกรูปั่นจักรยานยากโว้ย! กอดเอวกรูไว้ดิวะ" "ก็มรึงเสรือกบ้าจี้ทำไมล่ะ ขืนกรูจับเอวมรึงเดี๋ยวก็ได้ตายหมู่น่ะสิ" "ถ้ากอดแน่นๆ ก็ไม่จั๊กจี้หรอก" "ไม่เอาโว้ย!"
กลับมาอ่านหนังสือต่อถึงห้าทุ่มเป็นอันจบเนื้อหาวิชาฟิสิกส์จะได้เข้านอนซะที โคตรเกลียดเลยวิชานี้ มีอย่างเดียวที่ผมชอบในฟิสิกส์คือแรงเฉื่อย นึกว่าตรูคนเดียวซะอีกที่เฉื่อยชา ที่แท้ทุกอย่างในโลกมันก็นิสัยไม่ดีเหมือนกัน ผมหยิบหมอนกับผ้าห่มอีกชุดจากตู้เสื้อผ้าส่งให้เม้งช่วยจัดที่นอนสำหรับสองคน ....เอ....รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปสักอย่าง.... "เม้งมรึงไปแปรงฟันก่อนเถอะ เดี๋ยวกรูจัดที่นอนเอง" มันทำตามอย่างว่าง่าย ผมควานมือไปใต้หมอน...เกือบไปแล้ว....ลืมเข็มของกริชไปเสียสนิทเลย
******************************************************************************************
"นอนสบายมั๊ยเม้ง?" "อืม! มรึงเล่นนอนดิ้นตกฟูกแบบนั้นกรูนอนแผ่สบายเลย" "ดีใจเข้าไป คืนนี้กรูจะนอนดิ้นถีบมรึงบ้างล่ะ! รถเมล์มาแล้วรีบขึ้นเหอะ"
รถเมล์ที่แน่นเป็นปลากระป๋องเคลื่อนออกไป สายฝนเริ่มพรำลงมาหลังจากทิ้งช่วงไปนานและตกเกือบทุกวันบีบกรอบให้ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากเรียน ทำการบ้านและอ่านหนังสือเตรียมสอบ ช่วงนี้ไม่มีโอกาสได้โทรคุยกับกริชบ่อยนักเพราะมีเม้งอยู่ข้างๆ ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แต่ก็เป็นเรื่องดีทำให้ไม่ต้องคิดมาก ฝนหยุดตกบ้างเป็นบางวันแต่ที่แน่ๆ มักจะตกช่วงสี่โมงเย็นเหมือนพระพิรุณจงใจแกล้งนักเรียนเหลือเกิน
******************************************************************************************
และแล้วก็เข้าสู่ช่วงสัปดาห์แห่งการสอบกลางภาคซึ่งไม่ยากนักเพราะอ่านหนังสือทบทวนมาแล้ว แต่พอถึงวันพุธก็คิดถึงกริชจนทนไม่ไหวแล้ว ทำไงจะปลีกตัวจากเจ้าเม้งได้ล่ะเนี่ย? "ต้น! กรูรำคาญ อย่านั่งเขย่าขาดิวะ" "ใครเขย่าขา? ใครๆ?" รีบเอามือจับขาตัวเองไว้ก่อน ใจมันร้อนรุ่มจนแสดงออก คิดถึงใกล้จะลงแดงแล้วตรู "เขาว่าคนที่ชอบเขย่าขาเนี่ยเป็นพวกเซ็กส์จัดนะ" เออ...ขอบใจที่ช่วยบอกกรูรู้ตัวว่านอกจากสมองส่วนบนจะคิดถึงกริชแล้วสมองส่วนล่างก็คิดแบบเดียวกัน
ใกล้สามทุ่มแล้ว...ใจไปไวกว่าแสงคิดแผนแยบยลได้ทันที "กรูหิวขนมว่ะ ไปร้านแปบนะ" "กรูไปด้วยสิ" "ใกล้สามทุ่มแล้วร้านจะปิดแล้วล่ะ กรูปั่นไปคนเดียวไวกว่า มรึงจะกินอะไรมั๊ย?" "งั้นฝากซื้อคาปูลิโกะสตอเบอรี่มาด้วยนะ" .....ไม่ได้เข้ากับมรึงเลยเม้ง.....
ผมรีบปั่นจักรยานไปซื้อขนมและไม่ลืมคาปูลิโกะตามสัญญาแล้วเลาะเลี้ยวเข้าซอยลึก กะว่าต่อให้เม้งอุตริเดินตามมาก็ไม่มีทางเจอผมแน่ ได้อารมณ์เหมือนเอาหมาน้อยไปปล่อยวัดมากเลย ยกโทษให้กรูด้วยนะเม้ง รีบโทรหากริชดีกว่า.... "สวัสดีต้น" "สวัสดีครับกริช สบายดีเปล่า? ว่างคุยไหมเนี่ย?" ....รับสายไวขนาดนี้คงอยู่บ้านแหงๆ "สบายดี กำลังนอนเล่นพักสายตาอยู่" "สอบยากมั๊ยครับ?" ....ชักหิวแฮะ แกะขนมฮานามิกินไปด้วย "ไม่ยากหรอก" .....อิจฉาจริง ตรูล่ะนั่งทำหัวแตก "แล้วสอบเสร็จวันไหนครับ? คิดถึงกริชมากเลย" "เสร็จวันศุกร์นี้แหละ วิชาสุดท้ายเสร็จตอนเที่ยงพอดี" "เหรอ ดีจัง......เราจะได้เจอกริชไหมครับ?" .....ตอบสิว่ามาเจอกันคืนวันศุกร์เลยยิ่งดี "อ่า...เสาร์อาทิตย์นี้ผมต้องกลับเพชรบุรีน่ะต้น ที่บ้านเขามีงานบุญ .......ต้น...อยากไปกับผมมั๊ยครับ?" ถามแบบนี้จะให้ตอบยังไงล่ะ....กริชกล้าพาผมไปเปิดตัวเชียวรึ? ไม่หรอกๆ คงไปในฐานะเพื่อนมากกว่า น้ำเสียงเขาก็บ่งบอกว่าลำบากใจเหมือนกัน ถึงจะรักกันดูดดื่มแค่ไหน (ดูดดื่มและดูดอย่างอื่นด้วย) แต่เราสองคนเพิ่งคบกันมาไม่ถึงเดือน ที่แน่ๆ เกิดพ่อแม่กริชจำหน้าผมได้ ผมคงตายก่อนได้เป็นลูกเขย "เอ่อ...ขอโทษนะครับกริช เราจำได้นะครับว่าเคยสัญญากับนายไว้....แต่ตอนนี้ไม่ค่อยสะดวกน่ะครับ" "ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ ไปถึงเพชรบุรีแล้วผมจะโทรหาต้นนะ" "ครับ ไว้คราวหน้านะครับ" "แล้วงานของต้นล่ะเป็--- แปบนึงนะต้น ฝนมา"
ฝน?!!
เสียงดังแคร๊กเหมือนกริชวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหรืออะไรสักอย่างแต่ผมยังได้ยินเสียงคนเดินตึงตัง ผมแนบหูฟังเสียงอย่างใจจดใจจ่อ ใจก็คิดไปถึงเรื่องที่โรงอาหารเมื่อวันนั้น
............กริชมานั่งตรงนี้เองเหรอ? ฝนนั่งด้วยนะ หาที่ยากมากเลยเนี่ย............. ............ฝนนั่งข้างผมเดี๋ยวโดนเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกันนะ...............
....'ฝน'.....รุ่นพี่คนนั้นมาหากริชถึงบ้านตอนสามทุ่มเลยเรอะ! ใจเย็นๆ ก่อนสิ ตัวมรึงในสถานะนี้ไม่เคยรู้จักคนชื่อฝน แล้วทำไมกริชต้องเอ่ยชื่อให้ฟังด้วยล่ะ? ใจเย็นเข้าไว้ ตั้งสติๆๆๆๆ 'ฮานามิ' ในมือตอนนี้คงไม่ฮาตามชื่อซะแล้วเพราะมันโดนบีบจนบี้คามือทั้งถุง
"ฝนสาดเข้าห้องน่ะต้น นึกว่าจะไม่ตกเลยเปิดหน้าต่างอ้าซ่าเลย ดีนะปิดทัน" "...ครับ กริชรักษาสุขภาพนะครับ" "ต้นก็เหมือนกันนะ" "ดึกแล้วเราไม่กวนกริชล่ะครับ หลับฝันดีนะครับ"
ฝนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วทำไมบ้านตรูไม่ตกละฟระ เขตประเวศกับสวนหลวงอยู่ติดกันแท้ๆ? เดี๋ยวก็รู้ว่าฝนแบบไหน? เปลี่ยนซิมแล้วโทรหาเจ้าต้าเพื่อนผมทันที ต้าเป็นเพื่อนสมัยม.3 มันอยู่หมู่บ้านเดียวกับที่กริชเช่าบ้านอยู่ แต่บ้านเจ้าต้าอยู่ลึกสุดหมู่บ้านเลย "หวัดดีต้น มีไรวะโทรมาดึกๆ" "หวัดดีต้า บ้านมรึงฝนตกรึเปล่า?" "อืม เพิ่งเริ่มตกตะกี้แหละ มรึงรู้ได้ไงวะ?" "....เปล่าๆ....กรูขอโทษนะที่โทรมากวนมรึง รักษาสุขภาพนะ ราตรีสวัสดิ์"
......เออ! ตรูมันขี้ระแวงไปเอง......ตรูมันตัวคิดมาก!! ไอ้บ้าต้น!! ไอ้โง่ต้น!!.......
ผมทำผิดอีกแล้ว....ผมไม่เชื่อใจกริชเลย...ปากผมบอกว่ารักแต่ไม่เคยเชื่อใจเขาซักนิด....ใจคิดด่าตัวเองมาตลอดทางกลับบ้าน เข้าถึงห้องก็ยื่นคาปูลิโกะให้เม้งแล้วฟุบหน้าลงกับหมอนด้วยความสำนึกผิด ไม่ไหวแล้วหัวใจตรู หรือนี่คือผลกรรมของการแอบกินฮานามิไม่ยอมแบ่งเพื่อนตามสโลแกน 'ข้าวเกรียบรวยเพื่อน'
"เป็นไรวะต้น? กลับมาหน้าตาเหมือนคนใกล้ตาย" "ไม่มีอะไรหรอก" "รถล้มเหรอวะ? เจ็บตรงไหนรึเปล่า?" ".....เม้งกรูมีเรื่องจะสารภาพ.....กรูแอบกินขนมไม่ได้แบ่งมรึง ยกโทษให้กรูด้วยนะ" "ห่า เรื่องแค่นี้ต้องสารภาพเหรอวะ? มรึงอยากกินอะไรก็กินไปดิวะกรูไม่คิดมากหรอก" "..................."
เม้งเดินไปปิดไฟแล้วลงนอนข้างๆ ผม "เกิดอะไรขึ้นวะต้น? บอกกรูได้มั๊ย?" "กรูมันเลว กรูมันไม่ได้เรื่อง กรูมันไม่มีค่าสักนิด กรูมันแย่ที่สุด" "เฮ้ย! มรึงอย่าเพิ่งด่าตัวเองดิวะ! มีอะไรบอกกรูได้นะ" "แค่เรื่องนิดเดียว....แต่กรูไม่เชื่อใจเขาเลย.....กรูมันไม่ดีพอ"
เสียงฝนเปาะแปะที่หน้าต่างตามมาด้วยฝนห่าใหญ่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ถ้าฝนตกเร็วกว่านี้ผมคงไม่ระแวงกริช ....อย่าโทษฟ้าโทษฝนเลย....ใจผมเองนั่นแหละที่ไม่มั่นคง....แบบนี้เหรอที่จะรักกริชได้
เม้งไม่ได้เอ่ยซักอะไรต่อ ถ้าเพื่อนไม่อยากพูดก็คือไม่อยากพูด "ต้น....กรูไม่รู้ว่ามรึงเจออะไรมา แต่กรูเป็นเพื่อนมรึงนะ" "....................." "มรึงจะไม่เล่าก็ไม่เป็นไร แต่ขออย่างนึงนะ อย่าด่าตัวเองแบบนั้น" "ก็....กรูมันไม่ดีจริงๆ" "ใครว่ามรึงไม่ดี มรึงแกล้งนอนตกฟูกทุกคืนแบบเนี้ยเหรอไม่ดี" "กรูนอนดิ้น" "นอนดิ้นแล้วหมอนมันตกฟูกตามหัวมรึงไปด้วยเนี่ยนะ?" "......................" "ตอนปั่นจักรยานมรึงก็ไม่ยอมเกาะเอวกรู" "ก็กรูกลัวมรึงบ้าจี้เดี๋ยวรถล้ม เลิกพูดเหอะพรุ่งนี้มีสอบแต่เช้า"
ผมดึงผ้าห่มนอนตะแคงหันหนีไอ้เม้ง นอนมันทั้งที่ยังไม่แปรงฟันนี่ละวะ ดีกว่าปล่อยให้เม้งพูดมากไปกว่านี้ แต่รู้สึกได้ว่ามันยังมองมา "ต้น เลิกทำตัวเองลำบากแบบนี้ได้แล้ว" "พะ....พูดอะไร?" "กรูรู้ว่ามรึงเป็นยังไง"
"ต้น...ถึงมรึงจะเป็น....เอ่อ...แบบนั้น แต่มรึงก็นิสัยดีนะ มรึงไม่ยอมนอนใกล้กรู ไม่ยอมกอดเอวกรูเพราะกลัวว่าสักวันกรูจะรังเกียจมรึงใช่มั๊ย?" คำพูดของเม้งทำผมสะดุ้งเฮือก "ละเมอไรวะ? กรูไม่รู้เรื่อง นอนๆๆๆ"
"กรูไม่รังเกียจมรึงเลยนะต้น ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย มรึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกรูมาตลอด" "เลิกพูดเถอะเม้ง กรูง่วงแล้ว" ปากผมมันไม่ตรงกับใจเลยสักนิดทั้งที่จริงอยากมีคนที่เข้าใจผม...แต่...ต้องไม่ใช่เม้ง...ถ้าหยุดพูดไว้แค่นี้ผมคงยังไม่เสียเพื่อนไป
"......ตามใจนะ แต่รู้ไว้ว่ากรูไม่รังเกียจมรึงเลยสักนิด" ......... ......... ......... .........
ทั้งสองนอนเงียบไปนาน มีแต่เสียงฝนที่ยังตกไม่หยุด "เม้ง....หลับยัง?" "ยัง"
คนอีกฟากของฟูกนอนลืมตารอให้เพื่อนเอ่ยปากมานานแล้ว เขาไม่ยอมหลับตาเพราะรู้ว่าคืนนี้เขาจะแบ่งเบาความทุกข์ให้เพื่อนได้บ้าง
"ตกลงนี่......มรึงรู้จริงๆ เหรอวะ?" "กรูเป็นเพื่อนมรึงมานานแล้วนะ จะหันมาคุยกันไม่ได้รึไง?" ผมพลิกไปหามันแต่ก็ยังไม่กล้ามองตาทั้งที่ห้องมืดสนิท "กรูก็พอรู้มานานแล้ว....พอเห็นเข็มใต้หมอนมรึงคืนนั้นถึงได้แน่ใจ" ".....เห็นแล้วเหรอ?" "ของที่เอาไว้ใต้หมอนน่ะ ถ้าไม่ใช่ซองแต๊ะเอียก็มีอย่างเดียว.....ของๆ คนที่ชอบใช่มั๊ยล่ะ?"
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
นร.ชายม.ปลายใช้เข็มสีทอง ส่วนนร.หญิงใช้เข็มสีเงิน แค่เห็นสิ่งนั้นใต้หมอนในคืนแรกก็เข้าใจทุกอย่าง เข้าใจไปถึงความลำบากของเพื่อนสนิทที่ต้องทนเก็บงำความรู้สึกของตนมานานเท่าไหร่แล้ว
"เรื่องส่วนตัวแบบนี้มรึงไม่อยากพูดกรูก็ไม่พูดหรอก....แต่...." "......................" "กรูเห็นมรึงอึดอัดมานาน เห็นมรึงด่าตัวเองแบบนี้กรูทนเงียบไม่ได้" "เม้ง....ไม่รังเกียจกรูจริงๆ นะ?" เม้งใช้นิ้วจิ้มหน้าผากผมที่ไม่ยอมสบตา "ไอ้ห่าต้นเอ๊ย! ถ้ามรึงจะมีข้อเสียสักอย่างก็คือการคิดมากนี่แหละ" "มาๆ กรูจะแสดงให้ดูว่ากรูไม่เกลียดมรึง" แล้วเม้งก็ดึงผมไปกอดไว้ "ด....เดี๋ยวๆๆๆ! มรึงไม่กลัวกรูทำเหรี้ยๆ กับมรึงเรอะ!!" "ถ้ามรึงคิดจะทำแบบนั้นก็คงทำไปนานแล้วล่ะ คบกันมาสองปีกว่าแล้วนะว้อย"
วงกอดของเพื่อนทั้งเย็นและอบอุ่น เย็นจนดับความทุกข์ร้อนในใจได้ อุ่นพอคลายความเดียวดายที่หนาวเหน็บที่ผมเผชิญตามลำพังมานาน ........ ........ ........ "ขอบใจนะเม้ง.....แล้ว...พรุ่งนี้มรึงจะยังเป็นเพื่อนกรูมั๊ย?" "ก็เป็นดิวะ! เคยเป็นยังไงก็ยังงั้นแหละ แล้วมรึงก็เลิกดูถูกตัวเองได้แล้วนะ เข้าใจมั๊ย?" "เข้าใจคร้าบท่านเม้ง" "แล้วไอ้เรื่องเชื่อใจ ไม่เชื่อใจอะไรนั่นน่ะมันยังไงวะ?"
"เม้ง....เรื่องนั้น....กรูยังบอกไม่ได้หรอกนะ" "เออ กรูเข้าใจ มันเกี่ยวไปถึงคนที่มรึงชอบด้วยใช่มั๊ยล่ะ? ไม่อยากพูดก็ไม่บังคับมรึงหรอก" "ขอบใจนะเม้ง มรึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลย" "เฮ้อ....เป็นมรึงนี่คงอึดอัดมากเลยสินะ?" ผมพยักหน้า พูดไม่ออก คอมันตีบตันไปหมด "กรูไม่รู้หรอกนะว่าระหว่างมรึงกับคนๆ นั้นมีเรื่องอะไรกัน แต่ที่มรึงทนลำบากมาได้นานขนาดนี้คงไม่ใช่รักแค่ผิวเผินหรอกต้น เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยดิวะ" "แต่กรูไม่เชื่อใจเขาจริงๆ นี่หว่า" ".......ต้นเอ๊ย" เม้งขยี้หัวผมเบาๆ "มรึงเพิ่งอายุ 16 จะให้ใจคอหนักแน่นลึกซึ้งถึงสัจธรรมได้แค่ไหนกัน คนที่แก่กว่ามรึงบางคนนะแมร่งทะเลาะกันปางตายเพราะเรื่องจิ๊บจ๊อยก็มี" "จริงของมรึงแต่กรูยังไม่แน่ใจตัวเองเท่าไหร่หรอกนะ.....ว่าแต่....มรึงเลิกกอดกรูได้แล้วเดี๋ยวฟ้าผ่า" "กรูกอดเพื่อนกรูผิดตรงไหนวะ? มันจะผ่าก็ให้ผ่ามาเหอะ"
ครืนๆๆๆๆ!!!! เปรี้ยง!!!!
"เจ๊ดเข้! ฟ้าผ่าจริงๆ ด้วยว่ะ! งั้นมรึงตกฟูกไปเลยปะ!" "กรูนอนนอกฟูกมาหลายคืนแล้ว ตามรึงบ้างดิ!" เม้งเอาตีนยันมาผมก็ยันกลับ แล้วคืนนี้จะได้นอนไหมเนี่ย?
นับตั้งแต่วันนั้นเม้งกับผมก็....จะว่ายังไงดีนะ.... เกร็งๆ ประหม่ากันนิดหน่อยแต่ก็สนิทพูดจากันอยู่เหมือนที่ผ่านมา ผมไม่โกรธมันหรอกเพราะผมเองก็เข้าหน้ามันไม่ค่อยติดเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกแปลกๆ แค่วันเดียวแล้วเราก็ไล่จี้เอวกันเหมือนเดิม เม้งดูจะเป็นผู้ใหญ่กว่าผมเยอะ มันบอกว่าเรื่อง 'อย่างนั้น' เป็นส่วนหนึ่งของคนแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของคน และก็ไม่ใช่สิ่งตัดสินว่าใครดีหรือเลวเพียงเพราะ 'ชอบ' ต่างจากคนอื่นๆ.....ปรัชญามันล้ำลึกมาก ดีใจจริงๆ ที่เม้งเป็นเพื่อนผม
|